บทที่ 8 8 หวังว่าคงทันนะ
มันเกิดขึ้นแล้ว... เธอเสียความบริสุทธิ์ให้แก่ชายแปลกหน้า คนที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของเขาด้วยซ้ำ นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองเรือนร่างของตนเองผ่านกระจกเงา ร่องรอยที่ปรากฏเด่นชัดคือหลักฐานย้ำเตือนว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่แค่ความฝัน สัมผัสของเขายังคงตกค้าง และเธอก็จดจำมันได้ดี... ทุกตารางนิ้ว
อังคณาตัดสินใจเลิกรากับแฟนหนุ่มอย่างเด็ดขาดด้วยการบล็อกและตัดขาดการติดต่อกับเขาทุกช่องทาง เธอเกลียดการทรยศหักหลังที่สุดในชีวิต ในเมื่อเขายังคงปากแข็งและไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เขาก็ไม่ควรได้รับสิทธิ์เข้ามามีตัวตนในชีวิตของเธออีกต่อไป
ก๊อก ๆ...
“พยาบาลคนสวยอยู่ในห้องไหมคะ”
เสียงใสของมารดาดังขึ้น ย้ำเตือนว่าครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงแล้ว พยาบาลสาวรีบผุดลุกไปเปิดประตูต้อนรับทันที
ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น มีสมาชิกด้วยกันสี่คน นำโดยบิดาคือ ‘พ่อเลี้ยงอนันต์’ เจ้าของไร่ฟ้าอนันต์ ไร่ขนาดใหญ่ที่เน้นปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ชาป่าโบราณหรือชาเมี่ยง รวมไปถึงสตรอว์เบอร์รี โดยมีภรรยาคู่ใจคือ ‘แม่เลี้ยงเครือฟ้า’ และลูกสาวอีกสองคน ซึ่งก็คือตัวเธอเองกับน้องสาว... ‘อัญชิสา’ หรือ ‘เอิร์น’
“อีแม่ อีป้อ... อายกึดเติงที่สุดเลยเจ้า ฟอด....” (แม่ พ่อ อายคิดถึงที่สุดเลยค่ะ ฟอด....)
“แม่ก็กึดเติงเหมือนกันลูกสาว... ยินดีตวยเน้อคนเก่งของแม่” (แม่ก็คิดถึงค่ะลูกสาว ยินดีด้วยนะคนเก่งของแม่)
“วันนี้นะ ป้อตั้งใจ๋เก็บสตรอว์เบอร์รีมาฝากลูกสาวตวยตั๋วคนเดียวเลยเน้อ มาๆ มาหื้อป้อกอดกำลู่” (วันนี้พ่อตั้งใจเก็บสตรอว์เบอร์รีมาฝากลูกสาวด้วยตัวเองเลยนะ มา ๆ ขอพ่อกอดหน่อย)
“ขอบคุณเจ้าอีป้อ” (ขอบคุณค่ะพ่อ)
“กึดเติงเน้อเจ้า... เอิร์นเตรียมชุดนอนคู่มาใส่ด้วยกันด้วยเน้อ” (คิดถึงนะคะ เอิร์นเตรียมชุดนอนคู่มาใส่ด้วยกันด้วย)
“จ้า”
อังคณาใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในห้องพักจนถึงช่วงค่ำ ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันออกไปร้านอาหาร เพื่อเลี้ยงฉลองที่ลูกสาวคนโตของบ้าน ‘อินทร์แก้ว’ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี... พยาบาลตัวน้อยในวันนั้น บัดนี้ได้กลายมาเป็นพยาบาลสาวป้ายแดงอย่างเต็มตัวแล้ว
ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านร้านขายยา ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรด ความวุ่นวายและเรื่องราวมากมายที่ประดังประเดเข้ามาตลอดทั้งวันทำให้เธอลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปเสียสนิท!
ยาคุมฉุกเฉิน...
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้... มันเกือบจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วนะ!
“ปี่อาย... เป็นอะหยังเจ้า” (พี่อาย เป็นอะไรคะ)
“เอ่อ... เอิร์น พี่ปวดต๊องน่ะ จะไปเข้าห้องน้ำกำเน้อ”(เอ่อ....เอิร์น พี่ปวดท้องน่ะ จะไปเข้าห้องน้ำสักแป๊ปนะ)
“หื้อเอิร์นไปตวยก่อเจ้า”(ให้เอิร์นไปด้วยไหม)
“บ่ต้อง ๆ...”(ไม่ต้อง ๆ.....)
อังคณาตัดสินใจเลี้ยวซ้ายฉีกออกไปอีกทาง เพื่อพาตัวเองให้พ้นจากสายตาของทุกคนในครอบครัว เธอก้าวฉับ ๆ ดิ่งไปยังร้านขายยาซึ่งตั้งอยู่คนละฟากกับจุดที่พ่อ แม่ และน้องสาวยืนอยู่ ในใจพร่ำภาวนาอย่างบ้าคลั่ง ขออย่าให้ใครตามมาเจอเธอที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด มิฉะนั้น ชีวิตของเธอคงได้จบสิ้นลงตรงนี้แน่ ๆ
“สวัสดีค่ะ มีอาการอะไรมาคะ หรือว่าต้องการรับยาตัวไหนดี” เภสัชกรสาวเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“เอ่อ... ยาคุมฉุกเฉินค่ะ”
“ต้องการแบบไหนดีคะ มีทั้งแบบเม็ดเดียวแล้วก็แบบสองเม็ดค่ะ”
หญิงสาวนิ่งงันไป ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ด้วยความสับสน... เธอควรจะเลือกแบบไหนดี?
เมื่อเห็นท่าทีลังเล เภสัชกรจึงช่วยแนะนำ “ถ้ากลัวลืม ทานแบบเม็ดเดียวจะสะดวกกว่าค่ะ ราคาไม่ต่างกันเท่าไหร่”
“งั้น... เอาแบบเม็ดเดียวค่ะ”
หลังจากได้ยามา ลำดับต่อไปคือการไปหาน้ำดื่มเพื่อจัดการกินยาให้เรียบร้อย หญิงสาวรีบยัดซองยาลงลึกในกระเป๋าพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดตัวไปได้หวุดหวิด... ทว่า ทันทีที่เงยหน้าขึ้น หัวใจเธอกลับร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
น้องสาวของเธอกำลังยืนกอดอกรออยู่หน้าร้านยา และเมื่อมองเลยไปด้านหลัง... พ่อกับแม่ก็กำลังเดินตรงดิ่งมาทางนี้เช่นกัน!
“เอิร์น... น้องมาทำอะหยังตังเพ้” (เอิร์น.... น้องมาทำอะไรตรงนี้) อังคณาเอ่ยถามเสียงสั่น พยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้พิรุธ
“ก็อีแม่หันว่าปี่อายอยู่ในร้านยา เลยปากันเดินมาหานี่ล่ะ” (ก็แม่เห็นว่าพี่อยู่ในร้านยาเลยพากันเดินมาหา) น้องสาวตอบพลางมองฝ่าเข้าไปในร้าน
“เป๊นอะหยังก่าอาย มาร้านยาทำไม บ่สบายก่าลูก” (เป็นอะไรอาย มาร้านยาทำไม ไม่สบายเหรอลูก) คุณเครือฟ้าถามด้วยสีหน้าท่าทางเป็นห่วงเป็นใย
“อายบ่ได้เป๊นอะหยังเจ้าแม่ แค่เจ็บต๊องประจำเดือนบดายค่ะ” (อายไม่ได้เป็นไรค่ะแม่ แค่ปวดท้องประจำเดือนเท่านั้น) หญิงสาวรีบปดคำโต มือบางเผลอบีบสายกระเป๋าแน่นขึ้น
“เออ... แล้วไป่ แม่นึกว่าเป๊นอะหยังร้ายแรงเสียแหม็ด” (แล้วไป แม่นึกว่าเป็นอะไรร้ายแรงเสียอีก) คนเป็นแม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
สีหน้าของเธอฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด นี่ก็ล่วงเลยมายี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วแต่เธอยังไม่ได้กินยาเลย... แต่เท่าที่เคยศึกษาข้อมูลมา ยาคุมฉุกเฉินต้องกินให้เร็วที่สุด หรืออย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมง พอคิดได้ว่าตัวเองยังอยู่ในกรอบเวลาที่ยาพอจะออกฤทธิ์ได้ สีหน้ากระสับกระส่ายของเธอจึงเริ่มคลายความวิตกลงไปได้บ้างนิดหน่อย
